ภาระงานวิชา ท๒๒๑๐๒ ภาษาไทย

คำชี้แจง

  • ใช้ “สมุด” ปกอ่อน หรือสมุดเล่มบาง สีอะไรก็ได้
  • งานทุกชิ้น เมื่อจบชิ้นงานให้ขึ้นหน้าใหม่เสมอ
  • กำหนดส่งสมุดวันเปิดภาคเรียน (วันที่ ๓๐ ตุลาคม) สมุดทุกเล่มต้องวางอยู่บนโต้ะครูสุริยา แสนสุขไสย ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ก่อนเข้าเรียนคาบที่ ๑
  • งานใดก็ตามที่ทำใส่สมุด เขียนด้วยตัวบรรจงที่อ่านออก และทำด้วยความตั้งใจที่สื่อให้ครูรู้ และสัมผัสได้ว่างานชิ้นนี้ทำอย่างเต็มที่ สุดความสามารถ
  • งานออนไลน์ หมดเขตวันสุดท้ายวันที่ ๒๙ ตุลาคม เวลา ๑๕.๓๐ น.

งานชิ้นที่ ๑

  • ในสมุดหน้าแรก ให้ออกแบบประวัติส่วนตัวของนักเรียน จำนวน ๑ หน้ากระดาษ พร้อมติดรูป(งดการแต่งภาพโดยใช้แอพพลิเคชั่นใดใดทั้งสิ้น)(หน้าสด)
  • เนื้อหาการเขียนประวัติส่วนตัว ตามความเหมาะสม ที่สอดคล้องกับระดับความสามารถของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ในโรงเรียนที่มีชื่อว่า “โรงเรียนนวมินทราชินูทิ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ”

งานชิ้นที่ ๒

  • คัดลายมือตัวบรรจง ครึ่งบรรทัด ลงสมุด

  • คัดลอกแผนผังความคิด และออกแบบเพิ่มเติมตามความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน

 

งานชิ้นที่ ๓

  • เขียนลายสือไทย ตามข้อความที่กำหนดให้ ด้วยตัวบรรจง เต็มบรรทัด!

งานชิ้นที่ ๔

  • ทำแบบทดสอบออนไลน์ หมดเขตวันสุดท้ายวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๕.๓๐ น.

งานชิ้นที่ ๕

  • คัดลายมือบทอาขยาน จากกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า ตัวบรรจง เต็มบรรทัด
    ห้ามผิด ห้ามลบ ห้ามมีรอยน้ำยาลบคำผิด
  • ท่องอาขยาน กำหนดการท่องจะเริ่มเมื่อเปิดภาคเรียนที่ ๒ แล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
    “วังเอ๋ยวังเวง หง่างเหง่ง! ย่ำค่ำระฆังขาน
    ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน
    ชาวนาเหนื่อยอ่อนต่างจรกลับ ตะวันลับอับแสงทุกแห่งหน
    ทิ้งทุ่งให้มืดมัวทั่วมณฑล และทิ้งตนตูเปลี่ยวอยู่เดียวเอย”
Advertisements
Posted in กวีนิพนธ์

“พระ-นาง” ยุค ๔.๐

… วันหนึ่งไทยคงไร้แล้วเอกลักษณ์
เพราะไร้การจารจำหลักลงผาหิน
และไร้ผู้สืบทอดต่อชีวิน
สานรอยต่อร่องรอยศิลป์แผ่นดินนี้
… หวงแผ่นดินแต่ทอดทิ้งศาสตร์ศิลป์ชาติ
เอกลักษณ์ถูกปรามาสจนป่นปี้
ตัดแข็งขาวรรณคดีไทยไม่เหลือดี
ทุกวันนี้ทศกัณฐ์เหลือแขนใด
… พระรามลักษมณ์ไร้ศรสะพายแล่ง
พระลอแล้งตามไก่จากแหล่งไหน
อิเหนาเล่าบุษบาอยู่หนใด
แม้เพลงปี่พระอภัยสิ้นไพเราะ
… แม่ผีเสื้อตามหาถึงเกาะแก่ง
ก็คงแห้งแล้งน้ำถึงท่าเกาะ
อีกฤๅษีชีเปลือยคงลัดเลาะ
ขี่เมฆหนีเหาะเข้าหุบหาย
… หนีวงวรรณเข้าเมืองกรุงให้ยุ่งเหยิง
ตามสังคมหลงละเลิงสื่อทั้งหลาย
เสพสัมผัสจอสี่เหลี่ยมสื่อออนไลน์
ตัวละครเปลี่ยนยุคสมัยมีงานทำ
… ขุนช้างปล่อยเงินกู้ดูโก้หรู
เช่าคอนโดอุดอู้ช่างน่าขำ
ขุนแผนแว๊นมอเตอร์ไซต์ขายของชำ
วันทองทำถักม่านผ้าอยู่หน้าซอย
… ไม่ถวายแล้วฎีกาตามเจ้าหลวง
ไม่ฟันม่านช่วงชิงหญิงตามต้อยต้อย
ไม่แย่งแล้วสาวเดียวเจ้าแน่งน้อย
ไม่รอคอยคนใส่ใจวรรณคดี
… เปลี่ยนอาชีพนักแสดงเข้าแปลงร่าง
ปล่อยวงวรรณให้ลาร้างอยู่อย่างนี้
หน้ากระดาษคงขาดรอยเขียนเดือนปี
ตัวละครเลยวิ่งหนีเข้าเปลี่ยนงาน

“พระ-นาง” ยุค ๔.๐
สุริยา แสนสุขไสย – ประพันธ์
๒๐.๐๐ น. ณ วัดใหม่บางปลากด

สะท้อนใจเล็ก ๆ ดวงหนึ่ง ที่หวังแรงสะท้อนนี้ให้กระทบทั้งวงวรรณ “ฉันไม่เหลือเนื้อหาจะสอนแล้วในบทเรียน… วรรณคดีเริ่มหายไป!”

ครูมด กล่าวไว้

Posted in กวีนิพนธ์

รัตติกาลหลับใหล

… ในราตรีล้อมดาวพราวประดับ
เดือนดาวระยิบระยับสวยเด่น
ลมระบายโลมเล้าให้ฉ่ำเย็น
คืนค่ำหลบเร้นซึ่งแววตา
… ความมืดมิดครอบคลุมคลุ้มสีแสง
ปกปิดบังความเปลี่ยนแปลง น่าค้นหา
รัตติกาลหลับใหลในม่านฟ้า
แท่นหินผาซ่อนกายข้างไอดิน
… หญ้าเอนไหวไล้ลูบจูบผืนหญ้า
พสุธาเหม่อฟ้าโหยไอถวิล
ยังรอฝนรอฟ้าหล่นหาดิน
เพื่อสักวันจะผกผินใต้ฟ้าคราม

(รัตติกาลหลับใหล – สุริยา แสนสุขไสย)
๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐

Posted in กวีนิพนธ์

คุณไม่อาจฆ่ากาลเวลา

“คุณไม่อาจฆ่ากาลเวลาได้”
คุณมีสิทธิ์อันใดจะขัดขืน
คุณไม่อาจฆ่าวัน และคืน
คุณไม่อาจหยัดยืนฆ่าเวลา
จะถือสิ่งใดในเมืองมนุษย์
จะมีอาวุธใดที่เหมาะล่า
จะมีคมอันใดในศาสตรา
จะมีอานุภาพพอจะต่อกร
หรือจะยอมย่อท้อต่อเวลา
หรือจะยอมชู ขาว-ผ้า โอยอ่อน
หรือจะยอมรับเคราะห์ตัดรอน
หรือจะยอมนั่ง นิ่ง นอน… อย่างผู้แพ้
ให้เวลาเท่านั้น เป็นผู้ชนะ!
ก้มหน้ารับซะยังไร้แผล
ดีกว่าฝืนยืนหยัดเข้าตอแย
เป็นผู้แพ้ให้เวลาคอยฆ่าคุณ

(คุณไม่อาจฆ่ากาลเวลา – สุริยา แสนสุขไสย)
๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๐