คำกริยา

      คำกริยา หลายคนคงเคยสงสัยว่า “กริยา” และ “กิริยา” ต่างกันอย่างไร โดยถ้าเกิดไม่มีใครสงสัยจริงๆ จะขอรับความสงสัยทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว โดยด้วยความที่มาเรียนเพราะไม่รู้ ได้พยายามหาความแตกต่างของคำทั้ง ๒ นี้โดยได้ใจความที่ว่า “กริยา” เป็นชื่อชนิดของคำที่แสดงอาการของคำนามหรือสรรพนามเท่านั้น ส่วน “กิริยา” เป็นอาการของคนที่แสดงออกมาด้วยการกระทำ ซึ่งทำให้เกิดความกระจ่างในใจอย่างลึกๆ คำกริยาแบ่งออกได้ ๕ ชนิด ดังนี้

       ๓.๑ สกรรมกริยา คือคำกริยาที่ไม่สมบูรณ์ จะต้องมีกรรมมารองรับเสมอ แล้วถ้าไม่ทำความชั่วจะต้องมีกรรมไหม? คงจะต้องตอบกันยืดยาว แต่ขอเสนอว่ากรรมดีก็มีเช่นกัน โดยสกรรมกริยา เช่น

                     ฉันเปิดประตู

                     แมวกินปลา

                     นักเรียนเรียนหนังสือ

       ๓.๒ อกรรมกริยา คือกริยาที่มีความสมบูรณ์ในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องมีกรรมมารองรับก็เป็นประโยคที่สมบูรณ์ได้ ซึ่งไม่ต้องทำความชั่วเพราะไม่ต้องการกรรมนะเออ อกรรมกริยา เช่น

                     ประตูเปิด

                     เขาเดินบนถนน (“บน” เป็นคำบุพบท และคำที่ตามหลังบุพบทไม่ใช่กรรมเสมอ)

                     พระเทศน์ในงานวันเข้าพรรษา

      ๓.๓ วิกตรรถกริยา คือ คำกริยาที่ไม่มีความสมบูรณ์ ต้องการส่วนเติมเต็มมาต่อท้ายเพื่อทำให้ประโยคนั้นสมบูรณ์ขึ้น ได้แก่คำว่า เป็น,เหมือน,คล้าย,เท่า,ดุจ,ประดุจ,ราวกับ ฯลฯ  อาทิ

                     เขาเหมือนพ่อเขามาก

                     เธอเป็นคนดี

                     ดวงตาของเธอราวกับดวงตาเสือ

            ***คำใดก็ตามที่ตามหลังคำกริยาชนิดวิกตรรถกริยานั้นไม่จัดว่าเป็นกรรมของประโยค แต่จัดเป็นคำที่เป็นส่วนเติมเต็มของประโยคเสมอ

       ๓.๔ กริยานุเคราะห์ หรือกริยาช่วย คือคำกริยาที่ไม่ใช่กริยาแท้ของประโยคแต่เป็นกริยาที่ช่วยขยายให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น บางครั้งสามารถตัดทิ้งได้แต่ได้ใจความที่ครบถ้วน ได้แก่ ควรจะ,แล้ว,น่าจะ,อาจ, สามารถ ฯลฯ อาทิ

                     ฉันทำการบ้านเสร็จแล้ว

                     นักเรียนที่ไม่สบายสามารถลาหยุดได้

                     เธออาจไม่มาก็ได้ในวันนี้

           การสังเกตว่ากริยาตัวใดเป็นกริยาช่วยในประโยคก็คือคำกริยาใดที่สามารถตัดออกจากประโยคแล้วยังได้ใจความที่สมบูรณ์ ครบถ้วนเหมือนเดิม  คำกริยาคำนั้นก็คือ กริยานุเคราะห์หรือกริยาช่วยนั่นเอง

       ๓.๕ กริยาสภาวมาลา คือคำกริยาที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคหรือทำหน้าที่แทนคำนามในประโยค เช่น

                     นอนหลับเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด

                     วิ่งทุกเช้าทำให้ร่างกายแข็งแรง

                     ออกกำลังกายทุกวันช่วยลดน้ำหนักได้

Categories: คำ ๗ ชนิด | ใส่ความเห็น

เมนูนำทาง เรื่อง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: